[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by KMOBECMAXSITE 1.2.1
 
  

  

นวัตกรรมและเทคโนโลยี
เรื่อง : อาหารและสารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ประเภท : บทความ

บทความการศึกษาค้นคว้าอิสระการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้   7  ขั้น
เรื่อง  อาหารและสารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2
The Development of Learning Activities on Food and Drugs,Learning Area of Science, Mattayomsuksa 2 Using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle

โดย :  สุกัญญา  วิเศษทักษิณ              
            ประสาท  เนืองเฉลิม

 


 บทคัดย่อ
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มุ่งให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนา ในด้านกระบวนการคิด ทักษะกระบวนการและความสามารถในการแก้ปัญหา
การพัฒนาการเรียนรู้จึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการที่หลากหลายและมีความเหมาะสมกับผู้เรียน  การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ให้บรรลุตามเป้าหมายได้ดีและมีประสิทธิภาพการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีความมุ่งหมายคือ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75 / 75 2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้นและ 3) เพื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์ก่อนและหลังเรียนของนักเรียน

______________________________________
1มหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอน  คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
2อาจารย์ ประจำภาควิชาหลักสูตรและการสอน  คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ที่เรียน  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาจานศึกษา อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น  ภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2553 จำนวน 40  คน   ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random- Sampling)  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า  ได้แก่  1)  แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7  ขั้น  เรื่อง อาหารและสารเสพติด  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  จำนวน 11  แผน  เวลา  16  ชั่วโมง   2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน  40  ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่  0.34 - 1.00  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ  เท่ากับ  0.91  และ  3) แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์  จำนวน  30  ข้อ  มีค่าความยาก (p) ตั้งแต่  0.42  ถึง  0.68   ค่าอำนาจจำแนก (r) ตั้งแต่  0.20  ถึง 0.68  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.78 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและทดสอบสมมติฐานด้วย Hotelling  T2  for  Dependent Samples 

การศึกษาค้นคว้าปรากฏผล  ดังนี้
1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น    มีประสิทธิภาพเท่ากับ   83.49/80.56   สูงกว่าเกณฑ์ 75/75  
2. ดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  มีค่าเท่ากับ  0.7410  
3. นักเรียนที่เรียนโดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น   มีค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ   p  .001

  สรุปได้ว่า   การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น  เป็นกระบวนการเรียนที่มุ่งให้ผู้เรียนสืบค้น  สำรวจ  ตรวจสอบด้วยวิธีการต่าง ๆ  อย่างหลากหลาย การนำแผนผังความคิดมาใช้ร่วมในการจัดการเรียนรู้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ถ่ายทอดความคิดหรือข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้ภาพ สี เส้นแสดงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างความคิดหลัก  ความคิดรองและความคิดย่อยที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน ส่งผลให้นักเรียนพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี จึงควรสนับสนุนให้ครูผู้สอนวิทยาศาสตร์ นำวิธีการสอนนี้ไปใช้จัดการเรียนการสอนต่อไป

คำสำคัญ       การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น
Abstract

Learning area of science is the learning area aims at teaching learners to be able to develop their thinking process, operating skills and problem-solving ability. The learning development therefore needs various approaches which are appropriate for learners. Learning management using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle is an innovation that helps enhance learning and teaching science in order to achieve the objectives effectively. The purposes of this study were: (1) to develop the learning activities using the Mind Mapping and 7E Inquiry Cycle with the required efficiency of 75/75, (2) to examine the effectiveness index (E.I.) of the learning activities using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle, and (3) to compare students’ learning achievement and analytical thinking scores before and after learning on the topic: Food and Drugs, Learning Area of Science, Mattayomsuksa 2 using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle. Samples used in this study were forty Mattyaomsuksa 2 from Nacharnsuksa School, Sichompu District, Khon Kaen enrolling in the second semester of academic year 2553 B.E. Samples obtained by using the cluster random sampling. The instruments used were: (1) eleven lesson plans using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle on Food and Drugs, Learning Area of Science, Mattayomsuksa 2 with sixteen hours in total, (2) the achievement test comprised of forty items with discrimination powers (B) ranged from 0.34 to 1.00, and the test reliability was 0.91, and (3) the analytical thinking test comprised of thirty items with difficulty values ranged from 0.42 to 0.68, discrimination powers (r) ranged from 0.20 to 0.68, and the test reliability was 0.78. Statistics used in analyzing data were: percentage, arithmetic mean, standard deviation and the hypothesis was tested using the Hotelling T2 for  Dependent Samples.
 

 

 The results of this study were as follows:
  1. The learning activity management using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle had efficiency of 83.49/80.56, which was higher than 75/75.
  2. The effectiveness index of the learning activity management using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle was 0.7410.
3. Students who were taught by using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle had higher mean and analytical thinking scores than before (statistically significantly different at the . p   ‘.001   level).
  In conclusion, the learning management using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle was the learning approach aimed at promoting learners to inquire, survey and examine using various approaches.  Implementing the Mind Mapping teaching model into learning management allowed learners to transform their opinions or facts using pictures, colors, lines to link their main and sub- ideas in which relating together. This approach enhanced students to develop their analytical thinking and learning achievement in the Learning Area of Science effectively. Teachers of science should be introduced to implement this teaching method in their learning and teaching in the future.

Key  Word  :    The learning activity management using the Mind Mapping and the 7E Inquiry Cycle

ภูมิหลัง
  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งหวังให้ผู้เรียน ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับกระบวนการ มีทักษะสำคัญในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใช้กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้ และการแก้ปัญหาที่หลากหลาย มีการทำกิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (กระทรวงศึกษาธิการ 2551 : 92)  และได้กำหนดองค์ความรู้ ทักษะสำคัญ คุณลักษณะที่สำคัญ ที่เป็นจุดเน้นในการพัฒนาผู้เรียน  คือ  การนำความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ในการศึกษาค้นคว้าหาความรู้และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลและคิดวิเคราะห์ (กระทรวงศึกษาธิการ 2551 : 10 )  
การสอนโดยใช้แผนผังความคิดเป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ เนื่องจากผู้เรียนเป็นผู้ปฏิบัติงานด้วยตนเอง เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่สร้างผู้เรียนให้   รู้จักสังเกต เปรียบเทียบ สรุปและจำแนกแยกแยะสิ่งต่างๆ จัดเป็นระบบหรือหมวดหมู่ได้  ฝึกให้ผู้เรียนศึกษาค้นคว้า คิดเพื่อให้ได้ความรู้และสามารถสร้างความคิดรวบยอดด้วยตนเอง (สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. 2545 : 175)   การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  เป็นการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนามาจากการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  5 ขั้นตอน เป็น 7 ขั้นตอน  การเรียนรู้แบบวัฏจักร  การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้เป็นการบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาสาระวิทยาศาสตร์ การพัฒนากระบวนการคิด การสำรวจตรวจสอบ เพื่อการค้นพบ การแก้ปัญหา ซึ่งเป็นการปลูกฝังคุณลักษณะของวิทยาศาสตร์ ให้เกิดขึ้นในตัวเด็กที่สำคัญที่สุดคือการพัฒนา ปลูกฝังให้ “เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น” หรือคิดแบบวิทยาศาสตร์ ( สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546 )
เมื่อศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  ดังที่กล่าวมา  จะเห็นได้ว่าแผนผังความคิดสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้หลายกรณี เช่น ใช้ระดมสมอง ใช้สรุปหรือสร้างองค์ความรู้  ใช้จัดระบบความคิด   เพื่อวิเคราะห์เนื้อหา  และใช้นำเสนอข้อมูล  กิจกรรมเหล่านี้เป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนต้องปฏิบัติในขั้นอธิบาย   ของการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  ในขั้นนี้นักเรียนจะได้ข้อมูลมาอย่างเพียงพอจากการสำรวจตรวจสอบแล้ว  จึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำเสนอผลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ผู้ศึกษาในฐานะผู้ปฏิบัติการสอน จึงมีความสนใจที่จะนำการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น  ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้อาหารและสารเสพติด  เพื่อจะได้นำผลการศึกษาค้นคว้าไปใช้เป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์และพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดต่อไป

ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
1.  เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2 โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์  75 / 75
2.  เพื่อหาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง  อาหารและสารเสพติด   กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น
3.  เพื่อเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนที่เรียน  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น
 
สมมติฐานของการศึกษาค้นคว้า
    นักเรียนที่เรียนโดยการใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7 ขั้น  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

วิธีการศึกษาค้นคว้า 
1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนนาจานศึกษา  อำเภอสีชมพู  จังหวัดขอนแก่น  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553  จำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 152  คน จาก 4 ห้องเรียน     
1.2  กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่   2/2   โรงเรียนนาจานศึกษา   อำเภอสีชมพู  จังหวัดขอนแก่น  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 5  ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา  2553  จำนวน 40 คน  ซึ่งได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)     

 2. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้ามี 2 ชนิด ประกอบด้วย
  2.1 แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อาหารและสารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้ แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  จำนวน 11  แผน
           2.2  แบบทดสอบ   จำนวน  2  ฉบับ   ได้แก่
  ฉบับที่  1  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น  เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบชนิด  4 ตัวเลือก  จำนวน 40  ข้อ  มีค่าอำนาจจำแนก (B) รายข้อ  ตั้งแต่  0.34 - 1.00  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ  เท่ากับ  0.91 
ฉบับที่  2  แบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์  ที่ผู้ศึกษาสร้างขึ้น  เป็นแบบทดสอบที่วัดความสามารถของผู้เรียนในการจำแนกแยกแยะองค์ประกอบต่างๆ ของเหตุการณ์หรือสถานการณ์ เพื่อพิจารณาว่า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์ ความสำคัญและหลักการอย่างไร  ตามแนวคิดของบลูม (Bloom)  เป็นแบบทดสอบแบบเลือกตอบชนิด  4 ตัวเลือก  จำนวน 30  ข้อ มีค่าความยาก (p) รายข้อ  ตั้งแต่  0.42  ถึง  0.68   ค่าอำนาจจำแนก (r) รายข้อ ตั้งแต่  0.20  ถึง 0.68  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.78

3. แบบแผนและวิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
1. แบบแผนการศึกษาค้นคว้า
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองโดยใช้แผนการทดลองแบบ  One Group Pre test -Post test Design (พวงรัตน์ ทวีรัตน์. 2540 : 67-68)
2.  วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า
ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าตามขั้นตอน ดังนี้
 2.1 สร้างแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2   โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  
2.2 ทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์
 2.2 ดำเนินการสอนตามแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น
 2.3  ทดสอบระหว่างเรียน โดยใช้แบบทดสอบย่อยหลังแผนการจัดการเรียนรู้  ประเมินแผนผังความคิดและพฤติกรรมการเรียนรู้ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้  วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์ จากแบบทดสอบที่สร้างขึ้นหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู้
 2.4 นำคะแนนจากการทดสอบย่อย  คะแนนการประเมินแผนผังความคิดและคะแนนพฤติกรรมการเรียนรู้มาหาค่าประสิทธิภาพกระบวนการ (E1) และนำคะแนนหลังเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาหา ประสิทธิภาพของผลลัพธ์  (E2)
 2.5 นำคะแนนก่อนและหลังเรียนจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมาหาค่าดัชนีประสิทธิผล
 2.6  เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์จากคะแนนก่อนและหลังเรียนของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ เมื่อนักเรียนเรียนโดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น
 3.  ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า
ระยะเวลาที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า คือ ภาคเรียนที่ 2   ปีการศึกษา   2553    ใช้เวลาทดลองทั้งสิ้น 16 ชั่วโมง

4.  การเก็บรวบรวมข้อมูล
     ผู้ศึกษาค้นคว้าได้ เก็บรวบรวมข้อมูลตามขั้นตอน ดังนี้
       4.1 นำหนังสือขอความอนุเคราะห์เก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อการศึกษาค้นคว้าเสนอต่อผู้บริหารโรงเรียนนาจานศึกษา  ตำบลนาจาน  อำเภอสีชมพู  จังหวัดขอนแก่น
       4.2 แจ้งความประสงค์ที่จะเก็บข้อมูล เพื่อการศึกษาค้นคว้าในกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้  แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น
 4.3 ชี้แจงจุดประสงค์ในการทดลอง และการเก็บข้อมูลในการศึกษาค้นคว้ากับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง พร้อมทั้งบอกวิธีในการวัดและประเมินผลให้นักเรียนทราบ
      4.4 ดำเนินการทดลอง โดยใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง
      4.5 ทดสอบระหว่างเรียนโดยใช้แบบทดสอบย่อยหลังแผนการจัดการเรียนรู้
      4.6 ทดสอบก่อนและหลังเรียนด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์
      4.7   เก็บรวบรวมข้อมูลจากเครื่องมือที่ใช้ในการทดลองในการศึกษาค้นคว้าเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป

การจัดกระทำและการวิเคราะห์ข้อมูล

การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ผู้ศึกษาค้นคว้าวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ดังนี้
  1.  วิเคราะห์หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนที่ได้จากการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์
  2. วิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
       3. วิเคราะห์ค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้   
   4.  เปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการคิดวิเคราะห์  ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2    โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น    
 
สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือและวิเคราะห์ข้อมูล
1. การหาคุณภาพแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
1.1 การหาความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  โดยใช้สูตรดัชนีค่าความสอดคล้อง IOC  
                          1.2 การหาค่าอำนาจจำแนก (Discrimination) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สูตรของ Brennan  B – Index  
                          1.3 การหาความเชื่อมั่น ของแบบทดสอบอิงเกณฑ์ทั้งฉบับ โดยใช้สูตรของ Lovett    
2.   การหาคุณภาพแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์
2.1 การหาความเที่ยงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์  
                          2.2  หาระดับความยากของแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ 
                          2.3 หาค่าอำนาจจำแนกของแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ 
                          2.4  การวิเคราะห์หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบวัดการคิดวิเคราะห์ 

3. สถิติพื้นฐาน ได้แก่    ค่าร้อยละ ,  ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 
4 .สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน    ได้แก่   Hotelling  T2 for Dependent Samples     

ผลการศึกษาค้นคว้า

จากการศึกษาการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด   กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   สรุปผลได้  ดังนี้
  1. ประสิทธิภาพกระบวนการของการจัดการเรียนรู้และประสิทธิภาพผลลัพธ์ของการจัดการเรียนรู้ (E 1/ E 2 )  ที่สอนโดยใช้ แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ  83.49/80.56  ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์  75/75  
            2 . ดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  เรื่อง อาหารและสารเสพติด    กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โดยใช้ แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  มีค่าเท่ากับ  0.741    แสดงว่านักเรียนมีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้น  0.741   หรือคิดเป็นร้อยละ  74.10
3.  นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น   มีค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด   หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p   .001


อภิปรายผล
          การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้อภิปรายผลได้ ดังนี้
              1. ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น  กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2    มีประสิทธิภาพเท่ากับ  เท่ากับ   83.49/80.56   ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 75/75   หมายความว่า   นักเรียนได้คะแนนเฉลี่ยจากการทดสอบย่อย  การประเมินแผนผังความคิดและพฤติกรรมการเรียนรู้ในแต่ละแผนการจัดการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ   83.49    และได้คะแนนเฉลี่ยจากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียน คิดเป็นร้อยละ  80.56  แสดงว่าการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์  75/75  การที่ประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้อาจเนื่องมาจาก   กระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนที่สร้างขึ้นมีกระบวนการที่ชัดเจน แต่ละขั้นตอนมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกมีการทบทวนความรู้เดิมและกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจเพื่อค้นหาความรู้ใหม่สามารถนำองค์ความรู้นั้นไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับ  ชาตรี เกิดธรรม (2542 : 219)  นอกจากนั้นการใช้ แผนผังความคิด ( Mind Mapping) ยังเป็นเครื่องมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้  ที่ใช้ในการระดมสมอง สรุปบทเรียนทั้งรายกลุ่มและรายบุคคล  ทำให้เกิดความสนุกสนาน  ผู้เรียนได้ในการเขียนสิ่งที่ตนรู้อย่างอิสระ สอดคล้องกับ        เอกรินทร์  สี่มหาศาล (2553:16  )  จึงทำให้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
  2 . ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้  เรื่อง อาหารและสารเสพติด             กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่  2  โดยใช้ แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  มีค่าเพิ่มขึ้น  0. 741   หรือคิดเป็นร้อยละ 74.10     การที่ผลการศึกษาค้นคว้าเป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจาก  การใช้แผนผังความคิดร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7  ขั้น เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนจะต้องสืบค้น เสาะหา สำรวจ ตรวจสอบ และค้นคว้าด้วยวิธีการต่างๆ อย่างหลากหลาย  จนทำให้นักเรียนเกิดความเข้าใจและเกิดการรับรู้อย่างมีความหมาย  การใช้แผนผังความคิด สอดแทรกไว้ในขั้นตอนการสอน ขั้นอธิบาย (Explanation) ของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  เป็นการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ฝึกคิดวิเคราะห์  เกิดความคิดรวบยอดถ่ายทอดความคิด เชื่อมโยงข้อมูลและสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยตนเองได้อย่างเป็นระบบ  ทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนานไม่น่าเบือ สอดคล้องกับ  ธัญญา ผลอนันต์ ( 2551:4)  ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงส่งผลให้ผู้เรียนมีคะแนนเพิ่มสูง 
    3.  ผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น   มีค่าเฉลี่ยของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  เรื่อง  อาหารและสารเสพติด  หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ p  .001        ที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมาจาก การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   เป็นการเรียนรู้ที่เน้นการพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหา โดยผู้สอนตั้งคำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนใช้กระบวนการทางความคิด  หาเหตุผลจนค้นพบความรู้หรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องด้วยตนเอง   สรุปเป็นหลักการ กฎเกณฑ์หรือวิธีการในการแก้ปัญหา (สุวิทย์ มูลคำ 2547 : 136)  สอดคล้องกับ  ไพฑูรย์ สุขศรีงาม (2545 : 137)  ที่กล่าวไว้ว่า  การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  เป็นการเรียนที่ต้องแสวงหาคำตอบโดยนักเรียนไม่ทราบคำตอบของปัญหาล่วงหน้ามาก่อน   ผู้เรียนจึงต้องคิดวิเคราะห์ หาวิธีการเพื่อจะให้ได้มาซึ่งคำตอบอาจจะด้วยวิธีการมีแตกต่างกัน  จึงทำให้การเรียนน่าสนใจตลอดเวลา  
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   เป็นการเป็นการแสดงความรู้โดยใช้แผนภาพ   นำความรู้ หรือข้อเท็จจริง มาจัดเป็นระบบ หรือจัดความคิดรวบยอด หรือนำหัวเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาแยกเป็นหัวข้อย่อย และนำมาจัดลำดับเป็นแผนภาพ  ซึ่งเป็นเครื่องมือให้ผู้สอนกับผู้เรียน หรือผู้เรียนกับผู้เรียนร่วมกันทำงาน  แผนผังความคิดอาจจะใช้ในการเตรียมการอ่าน ใช้พัฒนาความรู้ให้เหตุผลอภิปรายใช้แสดงพื้นความรู้ของผู้เรียนหรือใช้จัดขอบเขตสิ่งที่ต้องเรียน หรือใช้รวบรวมความรู้ที่ต้องการ  ( ทิศนา แขมมณี และคณะ. 2544 : 51 ; อ้างอิงมาจาก  . 2540 )  การจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการนี้สามารถสอดแทรกได้เป็นอย่างดีในขั้นตอนการสอนขั้นอธิบาย (Explanation Phase) ของการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น     ในขั้นนี้ นักเรียนจะได้ข้อมูลอย่างเพียงพอจากการสำรวจตรวจสอบแล้วจึงนำข้อมูล ข้อสนเทศที่ได้มาวิเคราะห์ แปลผล สรุปผล และนำเสนอผลที่ได้ในรูปแบบต่างๆ  การค้นพบในขั้นนี้อาจเป็นไปได้หลายทาง  เช่น สนับสนุนสมมติฐานที่ตั้งไว้ โต้แย้งกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ หรือไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ได้กำหนดไว้ แต่ผลที่ได้จะอยู่ในรูปใดก็สามารถสร้างความรู้ได้(ประสาท   เนืองเฉลิม. 2550 : 25-27)
    ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่า  การจัดกิจกรรมการเรียนโดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น  เหมาะที่จะใช้ในการสอนวิทยาศาสตร์เป็นกระบวนการที่ผู้เรียนจะต้องสืบค้น  สำรวจ ตรวจสอบ และค้นคว้าด้วยวิธีการต่าง ๆ  อย่างหลากหลาย  มีขั้นตอนการสอนอย่างชัดเจน และการนำแผนผังความคิดมาใช้ร่วมในการจัดการเรียนการสอน   เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ถ่ายทอดความคิดหรือข้อมูลต่างๆ ในสมอง  ใช้ภาพสี เส้นและการโยงใยแสดงการเชื่อมโยงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งระหว่างความคิดหลัก  ความคิดรองและความคิดย่อยที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน  อาจจะด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้นักเรียนพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดี  

ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาค้นคว้าไปใช้
1.1   การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   ในชั่วโมงแรก ๆ   นักเรียนยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรม และไม่รู้หลักวิธีการในการเขียนแผนผังความคิด   ดังนั้นครูผู้สอนควรเริ่มต้นจากการชี้แจงวัตถุประสงค์วิธีการดำเนินการ ขั้นตอนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   หลักและวิธีการในการเขียนแผนผังความคิด  โดยให้นักเรียนฝึกเขียนจากเรื่องง่าย ๆ ที่อยู่ใกล้ตัว  เช่น  เขียนแผนผังความคิดสิ่งที่ฉันชอบ  เป็นต้น  
 1.2   การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   เป็นรูปแบบการสอนที่เน้นการถ่ายโอนการเรียนรู้และให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความรู้เดิมของนักเรียน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูไม่ควรละเลยหรือละทิ้งจากการตรวจสอบพื้นฐานความรู้เดิมของนักเรียนจะทำให้ครูได้พบว่านักเรียนจะต้องเรียนรู้อะไรก่อนที่จะเรียนในเนื้อหานั้น ๆ   ดังนั้น ผู้สอนต้องศึกษาทำความเข้าใจเพื่อให้เกิดความมั่นใจที่จะนำไปประยุกต์ใช้และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
 
2. ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป
2.1  ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   กับนักเรียนระดับชั้นอื่น ๆ  ต่อไป
2.2  ควรศึกษาเปรียบเทียบ การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น   กับนักเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ  อีกต่อไป
2.3  ควรศึกษา การจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนผังความคิดร่วมกับการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้  7  ขั้น เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดแบบต่างๆ เพิ่มขึ้น  เช่น การคิดสร้างสรรค์  การคิดแก้ปัญหา การคิดอย่างมีวิจารณญาณ  เป็นต้น 
2.4 ควรศึกษาตัวแปรอื่น ๆ ที่คาดว่าจะมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  การคิดวิเคราะห์  เช่น   ช่วงเวลาในการสอน เป็นต้น   

เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาการ. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551  . กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย,2551.
ชาตรี เกิดธรรม. การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ :                เซ็นเตอร์ดิสคัพเวอรี่, 2542. 
ทิศนา แขมมณี และคณะ. วิทยาการด้านการคิด. กรุงเทพฯ : เดอะมาสเตอร์กรุ๊ป
                แมเนจเม้นท์,2544.
ธัญญา ผลอนันต์. Mind Map สำหรับคนพันธ์ใหม่วัยใส. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ขวัญข้าว, 
                2551 
ประสาท เนืองเฉลิม. “การเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะ 7 ขั้น,” วารสารวิชาการ. 10(4) : 25-27 ; ตุลาคม-ธันวาคม, 2550.
ไพฑูรย์ สุขศรีงาม. ความเข้าใจเกี่ยวกับการสอนสืบเสาะ (Inquiry Approach). มหาสารคาม :   ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2545.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย. การจัดสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2546.
สุวิทย์ มูลคำ และอรทัย มูลคำ. 21 วิธีจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพฯ :ภาพพิมพ์, 2545.
 สุวิทย์ มูลคำ.  กลยุทธ์การสอนคิดวิเคราะห์. กรุงเทพฯ : ดวงกมลสมัย, 2547.

 



ดาวน์โหลดไฟล์แนบ
ผู้เขียน : นางสุกัญญา วิเศษทักษิณ
หน่วยงาน : โรงเรียนนาจานศึกษา
พฤหัสบดี ที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554
เข้าชม : 4624


นวัตกรรมและเทคโนโลยี 5 อันดับล่าสุด

      สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 18 / พ.ค. / 2554
      ชีวิตสัตว์และเทคโนโลยีชีวภาพ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 18 / พ.ค. / 2554
      อาหารและสารเสพติด กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 12 / พ.ค. / 2554
      กระบวนการดำรงชีวิตของพืช ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 12 / พ.ค. / 2554
      สิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 12 / พ.ค. / 2554


    
 
หน้าหลัก ข่าวแมงมุม ภาพกิจกรรม ขุมความรู้ ปฏิทินกิจกรรม